[เทคนิค] ทำข้อสอบ Toeic ให้ได้คะแนน 700+ : Part ที่ 2 การฟัง

ตอนนี้เราก็มาถึงในส่วนของข้อสอบโทอิคพาร์ทที่สองด้านการฟังกันแล้วนะคะ
พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่ง่ายมากเลยค่ะ ถือว่าได้คะแนนกันไปฟรีๆเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นตั้งใจฟังให้ดีนะคะ
เพราะทุกๆคนกำลังจะได้คะแนนในพาร์ทนี้ไปแบบหมูๆเลยค่ะ วันนี้จะมาบอกเทคนิคกันค่ะ

ข้อสอบชุดนี้ไม่ยากมากโดยเราจะต้องฟังคำถาม และตอบคำถามให้ถูกต้องค่ะ
แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ฟังทางนี้ก่อนน้าเพราะจะไม่มีคำถามปรากฎในข้อสอบนะคะ แต่อย่าเพิ่งตกใจค่ะ เพราะเราจะต้องฟังคำถามในเทป
และตอบคำถามให้ถูกต้องซึ่งจะชี้ให้เห็นว่าเราเข้าใจรูปแบบการตอบคำถามในบทสนทนาภาษาอังกฤษทั่วไปจริงๆนั่นแหล่ะค่ะ

เทคนิคในการทำข้อสอบในพาร์ทนี้มีดังนี้ค่ะ

1. ทำสมาธิโดยการตั้งใจฟัง อย่าว่อกแว่กนะคะ
ต้องรู้ว่าตอนนี้เรากำลังทำข้อสอบอยู่ในพาร์ทที่ 2 แล้วอย่าเพิ่งไปคิดถึงข้อผิดพลาดในพาร์ทที่ผ่านมาค่ะ
เพราะจะทำให้เราฟังไม่ทัน จับใจความไม่ได้ และอดได้คะแนนไปนะคะ

2. ให้ตั้งใจฟังในส่วนของคำถามที่เป็น Wh question
Wh question ก็ได้แก่ คำถาม What , When , Where และ Why นั่นเองค่ะ
ตัวอย่างเช่น When will the next meeting start?
คำตอบก็คือ In ten minutes. เพราะถ้าถาม When ให้ตอบเป็นวัน หรือ เวลาค่ะ
หรือ ตัวอย่างเช่น Why did Tom get fired?
คำตอบก็คือ He did the bad job. เพราะถ้าถาม Why ให้ตอบเป็นเหตุผลค่ะ
หรือ ตัวอย่างเช่น Where is the train station?
คำตอบก็คือ Near the hospital in block A. เพราะถ้าถาม Where ให้ตอบเป็นสถานที่ค่ะ
เน้นนะคะว่าให้ตั้งใจฟังในส่วนของคำถามที่เป็น Wh question และถ้าฟังตรงนี้ทัน รับรองว่ากินหมูแน่นอนเลยค่า

3. นอกจากนี้ ให้ตั้งใจฟังในส่วนของคำถามที่เป็น Yes , No question
Yes , No question ก็ได้แก่ คำถามประเภท V to be และ V to do นั่นเองค่ะ ก็คือให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่นั่นเอง
ตัวอย่างเช่น Is Sam at the outdoor?
คำตอบก็คือ I saw he there.
หรือ ตัวอย่างเช่น Did Jane come to the class yesterday?
คำตอบก็คือ Yes, she came with her best friend yesterday.
เน้นนะคะว่าให้ตั้งใจฟังในส่วนของคำถามที่เป็น Yes , No question และถ้าฟังตรงนี้ทันในข้อสอบที่เป็นคำถามแบบนี้
โดยตอบคำถามไปในทำนองเดียวกันก็กินหมูอีกเช่นเคยเลยค่ะ สบายไหมล่ะคะ แหะๆ

4. อีกทั้ง ยังมีคำถามที่มาเป็นประโยคบอกเล่าด้วยค่ะ
แต่อย่าเพิ่งช็อคไปนะคะ 555 ตั้งสติให้ดีค่า
เพราะว่าไม่ได้ยากเกินความสามารถของทุกคนอยู่แล้วนะคะ
ตัวอย่างเช่น I love strawberry pretty much.
คำตอบก็คือ So, do I.
ตัวอย่างเช่น She failed the driving exam.
คำตอบก็คือ Me too, it is so difficult that everyone can do.

บางคนงงว่าอ้าวถ้าไม่มีประโยคคำถามแล้วจะตอบยังไงกัน
ตรงนี้ไม่ต้องงงนะคะ ให้เราใช้ความเข้าใจในการตีความหมาย และให้ตอบคำถามที่มีความหมายสอดคล้องกันอีกเช่นเคยเลยค่ะ

5. หากเราต้องการเพิ่มคะแนนการฟังในพาร์ทนี้ เช่นเดียวกับในพาร์ทแรก
เราอาจจะต้องอาศัยประสบการณ์ หรือชั่วโมงบินในการฝึกฝนตนเองเข้ามาช่วยก็จะดีมากเลยล่ะค่ะ
ในกรณีนี้ทำได้โดยการหมั่นดูหนังฝรั่งบ่อยๆ หรือ ฟังบทสนทนา เช่น ข่าว BBC หรือเข้าไปแชทกับฝรั่งบ่อยๆ
ก็จะยิ่งเพิ่มพูนความสามารถมากยิ่งขึ้นค่ะ

แนะนำให้ดูเป็นหนังฝรั่งที่มีซับไตเติ้ล หรือไม่มีเลยก็จะยิ่งดีมากเลยค่ะ
หรือเข้าไปฟัง Ted Talk ก็ได้นะคะเพราะว่าจะมีฝรั่งมาพูดให้ความรู้ในด้านต่างๆซึ่งแอดมินคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี
และสามารถฝึกฝนทักษะการฟังได้มากเลยค่ะ

6. เข้าเรียนคอร์สสนทนากับฝรั่ง
บางคนที่อยากจะเพิ่มพูนความรู้ วิธีการนี้ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ดีค่ะ เพราะจะได้สื่อสารกับฝรั่งโดยตรง
หลังจากจบคอร์สสนทนาแล้วเราก็จะได้ทั้งใบประกาศนียบัตร และความรู้ในด้านการฟังโดยเฉพาะในการตอบคำถามภาษาอังกฤษ
ติดตัวไปด้วยพร้อมๆกันเลยค่ะ ถ้าสนใจสามารถเข้าไปค้นหาในเว็บไซต์ได้เลยค่ะเพราะมีที่เรียนพิเศษหลายแห่งเลยค่ะ
รวมไปถึง การอบรมคอร์สการพูดตามสถานศึกษาต่างๆด้วยค่ะ

ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ คิดว่าคงจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกๆคนไม่น้อยเลยค่ะ และถ้าฝึกฝนบ่อยๆ
ทุกๆคนก็คงจะได้คะแนนพาร์ทนี้เยอะแน่นอนเลยค่ะ ขอให้โชคดีกันทุกคนเลยนะคะ

ก่อนจะจบคลิ๊ปนี้ ขอฝากลิ้งค์การฝึกทำข้อสอบในพาร์ทนี้เอาไว้ข้างใต้เพื่อให้ทุกๆคนได้ฝึกทำข้อสอบจริงกันก่อนนะคะ
เพราะฉะนั้นหลังจากอ่านเทคนิคการทำข้อสอบในพาร์ทนี้แล้ว อย่าเพิ่งข้ามไปนะคะ ไม่งั้นแอดมินเสียใจแย่เลยค่า 555

คลิ๊ปวีดีโอข้างใต้นี้เป็นคลิ๊ปวีดีโอในการฝึกทำข้อสอบโทอิคในพาร์ทที่ 2 ของสถาบัน KPRR Academy ค่ะ
แอดมินไปหามาให้ทุกๆคนในการฝึกทำข้อสอบจริงจะได้เป็นการจำลองการทำข้อสอบจริงกันค่ะ ^_^

 

แชร์ให้เพื่อนๆด้วยสิ

แสดงความคิดเห็น ติชม ได้จ้า